https://www.tiewpaiyai.com/

https://www.tiewpaiyai.com/
ads720
المشاركات

พรบ โดรน drone


http://www.rcthai.net/board/index.php?/topic/271259-เรื่องพรบควบคุมอากาศยานไร้ค/page-2


การใช้โดรน (drone)ในประเทศไทยได้เริ่มมานานหลายปีแล้วและมีแนวโน้มจะแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อการละเล่น เพื่อรายงานข่าว เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำงานหรือเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงหรือทางการทหาร
พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497(พ.ร.บ.เดินอากาศ) มีบทบัญญัติจำนวนมากที่ทำให้เข้าใจได้ว่าต้องใช้บังคับกับโดรนด้วยซึ่งบทบัญญัติเหล่านั้นมีโทษทางอาญา อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม2558 ที่ผ่านมาราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ “ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกพ.ศ.2558”(“ประกาศโดรน”) อันเป็นความพยายามที่จะแก้ปัญหาการใช้โดรนในประเทศไทย
ประกาศฉบับนี้ร่างขึ้นมาบนฐานความคิดที่เข้าใจว่า“การบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน” ตามมาตรา 24 นั้นเป็นเรื่องเอกเทศแยกออกจาก พ.ร.บ.เดินอากาศ เกือบทั้งฉบับ บทบัญญัติอื่นๆไม่ว่าจะเรื่องเส้นทางบิน ที่ขึ้นลงของอากาศยาน การจดทะเบียนอากาศยาน เป็นต้นไม่นำมาใช้แก่การบังคับและปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน
อย่างไรก็ดีมีอีกแนวคิดหนึ่งที่มองว่าบทบัญญัติดังกล่าว เป็นเพียงการควบคุมพฤติกรรมเฉพาะอย่างหนึ่งมิได้เป็นบทเอกเทศที่จะยกเว้นการ ใช้บังคับบทบัญญัติในเรื่องอื่นๆไปด้วยแม้จะมีการอนุญาตให้บังคับหรือปล่อย อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินแล้วอากาศยานนั้นก็ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติอื่นด้วย ตราบเท่าที่ยังเป็นอากาศยานตามกฎหมาย
บทความนี้จะอธิบายปัญหาเทคนิคกฎหมายในการใช้พ.ร.บ.เดินอากาศ กับโดรนทั้งนี้มิได้เน้นปัญหาในทางเนื้อหาของประกาศโดรนซึ่งสมควรมีการวิเคราะห์ต่างหากออกไป
โดรนเป็นอากาศยานหรือไม่
ตาม พ.ร.บ.เดินอากาศ “อากาศยาน หมายความรวมถึงเครื่องทั้งสิ้นซึ่งทรงตัวในบรรยากาศโดยปฏิกิริยาแห่งอากาศเว้นแต่วัตถุซึ่งระบุยกเว้นไว้ในกฎกระทรวง” ทั้งนี้ “กฎกระทรวงกำหนดวัตถุซึ่งไม่เป็นอากาศยาน พ.ศ. 2548” กำหนดให้“เครื่องบินเล็กซึ่งใช้เป็นเครื่องเล่น” ไม่เป็นอากาศยาน แต่มิได้ยกเว้น “เฮลิคอปเตอร์ซึ่งใช้เป็นเครื่องเล่น”ไว้แต่ประการใด
โดรนถือเป็นอากาศยานตามนิยามข้างต้นแต่โดรนที่มี ลักษณะเป็นเครื่องบินซึ่งใช้เป็นเครื่องเล่นจะถูกยกเว้นไม่เป็นอากาศยาน อย่างไรก็ดีโดรนส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นเฮลิคอปเตอร์ซึ่งแม้จะใช้เป็นเครื่อง เล่นก็ตามยังนับเป็นอากาศยานตามพ.ร.บ.เดินอากาศ
บทบัญญัติเกี่ยวกับอากาศยาน
การที่โดรนมีสถานะทางกฎหมายเป็นอากาศยานนั้นย่อมหมายความว่า บทบัญญัติเกี่ยวกับอากาศยานที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.เดินอากาศ อาจต้องใช้บังคับแก่โดรนด้วยขอให้ลองพิจารณาตัวอย่างบทบัญญัติดังต่อไปนี้
·     ห้ามมิให้อากาศยานใช้ที่หนึ่งที่ใด เป็นที่ขึ้นลงนอกจากสนามบินอนุญาตหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยานที่ได้ รับอนุญาตหรือที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด(มาตรา17) (จำคุกไม่เกิน5ปี ปรับไม่เกิน 200,000บาท มาตรา 72)
·     อากาศยานต้องบินตามเส้นทางบินที่กำหนดในกฎกระทรวง(มาตรา 18) (จำคุกไม่เกิน5ปี ปรับไม่เกิน 200,000บาท มาตรา 72)
·     อากาศยานทุกลำที่ทำการบินในราชอาณาจักรต้องทำแผนการบินและแจ้งต่อหน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศ(มาตรา18/1)(ปรับไม่เกิน 50,000 บาทมาตรา 73)
·     ห้ามมิให้อากาศยานบินเข้าหรือบินผ่านเขตห้ามหรือเขตกำกัดการบินซึ่งรัฐมนตรีได้ประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา(มาตรา22)(ปรับไม่เกิน 50,000 บาทมาตรา 73)
·     ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องถ่ายภาพในอากาศยานหรือจากอากาศยานไม่ว่าโดยวิธีใดๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา 23)(ปรับไม่เกิน 50,000 บาทมาตรา 77)
·     ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อย อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินนอกจากได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีและ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด(มาตรา24)(จำคุกไม่เกิน 1ปี ปรับไม่เกิน 40,000บาท มาตรา 78)
·     ห้ามมิให้ผู้ใดใช้อากาศยานส่วนบุคคลในการเดินอากาศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคคลจากรัฐมนตรี(มาตรา29ทวิ) (จำคุกไม่เกิน 5ปี ปรับไม่เกิน 200,000บาท มาตรา 81)
·     แบบที่จะใช้ในการผลิตอากาศยานต้องมีใบรับรองแบบ(มาตรา 36)ห้ามมิให้ผู้ใดมีผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายโดยรู้ว่าไม่เป็นไปตามแบบ (จำคุกไม่เกิน6 เดือนปรับไม่เกิน 100,000 บาทมาตรา 116)
·     ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตอากาศยานเว้นแต่ได้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยานจากอธิบดี (มาตรา 41/21) (จำคุกไม่เกิน5 ปีปรับไม่เกิน 1,000,000บาท มาตรา 89)
·     อากาศยานที่จะใช้ในการเดินอากาศในราชอาณาจักรต้องมีใบสำคัญสมควรเดินอากาศที่ออกให้สำหรับอากาศยานนั้น(มาตรา41/61) ห้ามมิให้ผู้ใดทำการบินในกรณีไม่มีใบสำคัญสมควรเดินอากาศ (มาตรา 41/89)(จำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง7 ปีปรับตั้งแต่ 40,000 บาทถึง280,000 บาทมาตรา 101)
·     ผู้ขอรับใบสำคัญสมควรเดินอากาศต้องเป็นผู้จดทะเบียนอากาศยาน(มาตรา 41/63)
·     อากาศยานที่มีใบสำคัญสมควรเดินอากาศต้องได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย(มาตรา41/77)
·     ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการหน่วยซ่อมเว้นแต่จะได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมจากอธิบดี (มาตรา 41/94) (จำคุกไม่เกิน5 ปีปรับไม่เกิน 1,000,000บาท มาตรา 89)
·     ห้ามมิให้ผู้ใดเป็นผู้ประจำหน้าที่เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา 42) (จำคุกไม่เกิน2ปี ปรับไม่เกิน 80,000บาท มาตรา 79)
·     เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแก่ อากาศยานในราชอาณาจักรให้ผู้จดทะเบียนอากาศยานนั้นแจ้งอุบัติเหตุนั้นต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่ชักช้าและทำรายงานตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับคณะ กรรมการการบินพลเรือน(มาตรา61) (ปรับไม่เกิน200,000 บาทมาตรา 114)
·     เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแก่อากาศยานใดในราชอาณาจักรให้อากาศยานนั้นอยู่ในความพิทักษ์ของพนักงานเจ้าหน้าที่(มาตรา62) (จำคุกไม่เกิน6 เดือนปรับไม่เกิน 20,000 บาทมาตรา 115)
·     ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าในโรงงานหรือสถานที่ซึ่งเป็นที่สร้างประกอบ ซ่อม หรือตรวจและถอด ปรับอากาศยานหรือส่วนของอากาศยาน (มาตรา 66(3))หรือเข้าตรวจสถานที่เก็บอากาศยาน (มาตรา 66(5)) (จำคุกไม่เกิน6 เดือนปรับไม่เกิน 20,000 บาทมาตรา 96)
โดรนกับความไม่เหมาะสมในการปฏิบัติตามพ.ร.บ.เดินอากาศ
เนื่องจาก พ.ร.บ.เดินอากาศ ออกแบบมาโดยมุ่งเน้นกำกับดูแลอากาศยานลำใหญ่เป็นสำคัญมิได้คำนึงถึงอากาศยาน ลำเล็กลำน้อยที่ใช้เพื่อความสนุกสนานหรือทำกิจกรรมในพื้นที่จำกัดบทบัญญัติ หลายเรื่องที่ยกมาข้างต้นเมื่อนำมาใช้กับโดรนในกรณีดังกล่าวจะเป็นเรื่องผิด ฝาผิดตัวเป็นอย่างมาก
จะ เป็นไปได้อย่างไรที่จะให้โดรนต้องไปขึ้นลงที่สนามบินอนุญาตต้องบินในเส้นทาง บินที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือต้องมีการทำแผนการบินแจ้งหน่วยงานจราจรทางอากาศ ส่วนเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดรนก็จะต้องนำโดรนมาจดทะเบียน(สัญชาติ)และขอใบ สำคัญสมควรเดินอากาศใครจะทำอาชีพผลิตโดรนขายก็ต้องมีใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ใครจะทำอาชีพซ่อมโดรนก็ต้องขออนุญาตเป็นหน่วยซ่อมอากาศยานคนที่จะเล่นโดรน อาจต้องไปขอใบอนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมอากาศยานจากภายนอก และต้องทำแผนการบินทุกครั้งก่อนที่จะเล่นโดรนในกรณีที่โดรนประสบอุบัติเหตุ ก็อาจจะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนอุบัติเหตุส่วนโดรนที่เก็บไว้ที่บ้านนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ก็มีอำนาจเข้าตรวจบ้านในฐานะที่เป็นสถานที่เก็บอากาศยาน
การยกเว้นโดรนจากการเป็นอากาศยาน
จะ เห็นได้ว่าหากบังคับใช้กฎหมายตามที่เป็นอยู่น่าจะเกิดความโกลาหลเพราะบท บัญญัติเหล่านั้นมิได้ออกแบบมาสำหรับลักษณะการใช้งานของโดรนเลยพ.ร.บ.เดิน อากาศมีช่องทางหนึ่งในการแก้ปัญหาเช่นนี้คือ ให้ออกกฎกระทรวงเพื่อยกเว้นวัตถุอย่างหนึ่งอย่างใดมิให้ถือเป็นอากาศยาน เมื่อยกเว้นแล้วจะทำให้วัตถุนั้นจะอยู่นอกการบังคับตามพ.ร.บ.เดินอากาศ ซึ่งก็มีจุดอ่อนอยู่บ้าง เพราะบางกรณีราชการต้องการกำกับดูแลในบางเรื่องแต่กฎหมายให้ยกเว้นทั้งหมด ถ้าไม่ยกเว้นก็ต้องถูกกำกับทั้งหมดจะเลือกบางเรื่องไม่ได้
ที่ผ่านมาราชการใช้วิธียกเว้นอากาศยานพร้อมกำหนดวัตถุประสงค์การใช้งานไว้ด้วย เช่น เครื่องบินเล็กหากใช้เป็นเครื่องเล่นก็ไม่ถือเป็นอากาศยาน หากใช้เพื่อการอื่นก็จะถือเป็นอากาศยาน และยังเคยกำหนดเงื่อนไขระดับความสูงของการบินไว้ด้วยเช่น ยานพาหนะทางน้ำ (WIGCraft) ที่บินสูงไม่เกิน 150 เมตรไม่ถือเป็นอากาศยานเป็นต้น
ดังนั้นจึงพอเป็นไปได้ที่ใช้เกณฑ์เรื่องวัตถุประสงค์ เวลา สถานที่ และเงื่อนไขบางประการเป็นกรอบในการยกเว้นการเป็นอากาศยานได้ เช่น กฎกระทรวงอาจกำหนดว่าโดรนที่เป็นเครื่องเล่น ในเวลากลางวัน ในพื้นที่ที่จัดไว้เพื่อการนั้น บินสูงไม่เกินกว่า150 เมตรเป็นต้น ไม่ถือเป็นอากาศยาน เมื่อยกเว้นแล้วบทบัญญัติต่างๆ ใน พ.ร.บ.เดินอากาศก็ไม่นำมาใช้บังคับแต่หากทำผิดเงื่อนไขก็จะกลายมาเป็นอากาศยานอันอยู่ใต้บังคับของ พ.ร.บ.เดินอากาศทั้งฉบับ ซึ่งเท่ากับเป็นการผิดบทบัญญัติต่างๆใน พ.ร.บ.เดินอากาศโดยทันที
ฐานอำนาจในการออกประกาศโดรน
ราชการไม่ได้เลือกวิธีออกกฎกระทรวงยกเว้นโดรนออกจากการเป็นอากาศยานตามพ.ร.บ.เดินอากาศ แต่เลือกออก “ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกพ.ศ.2558” ตามมาตรา 24
มาตรา 24 บัญญัติว่า“ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่ มีนักบินหรือทิ้งร่มอากาศนอกจากได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีและ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด”
เหตุที่ราชการออกประกาศตามมาตรานี้เพื่อแก้ปัญหาโดรนก็เพราะเชื่อว่าการอนุญาตตามมาตรา 24เป็นเอกเทศจากการใช้บทบัญญัติอื่นเกือบทั้งหมดเมื่ออนุญาตตามมาตรานี้แล้ว ก็ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตราอื่นบรรดามีอีกทั้งนี้ต้องตีความต่อเนื่องไปอีกว่าอากาศยานที่บังคับหรือปล่อยภายใต้การอนุญาตตามมาตรา24จะไม่ถือเป็นการ“บิน” “ทำการบิน” “เดินอากาศ” หรือ “ขึ้นลง” แต่อย่างใด เพราะถ้าถือว่า “บิน”“ทำการบิน” “เดินอากาศ” หรือ “ขึ้นลง” แล้ว ก็จะต้องปฏิบัติตามมาตราอื่นๆ ด้วย เช่นต้องบินในเส้นทางที่กำหนด ต้องทำแผนการบิน ต้องมีใบสำคัญในการเดินอากาศต้องขึ้นลงที่สนามบินหรือที่ขึ้นลงอนุญาต เป็นต้น
ทั้งๆ ที่ พ.ร.บ.นี้มีชื่อว่า พ.ร.บ.เดินอากาศแต่การอนุญาตตามมาตรา 24แห่ง พ.ร.บ.เดินอากาศ กลับไม่ถือเป็น “การเดินอากาศ” และในประกาศโดรนก็พูดว่าโดรน“บิน” อยู่หลายที่ แต่ต้องถือว่าไม่ใช่ “บิน” ตาม พ.ร.บ.เดินอากาศ นอกจากนี้ยังต้องตีความกลับมาอีกว่าถ้าเป็นกรณีถ่ายภาพทางอากาศตามมาตรา23 การอนุญาตตามมาตรา24จะไม่ยกเว้น กล่าวคือ ผู้ถ่ายภาพทางอากาศต้องขออนุญาตต่างหากการตีความแบบนี้จะทำให้สับสนงุนงงมาก ยากที่จะรู้ว่ามาตรา 24 ไปยกเว้นบทบัญญัติเรื่องใดบ้างซึ่งสุดท้ายก็ต้องไปขึ้นกับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ มิใช่ขึ้นกับเนื้อหาในกฎหมาย
เนื้อหา ของประกาศฉบับนี้จึงแสดงให้เห็นถึงการกำหนดระบอบกำกับดูแลกิจกรรมการบินแบบ ใหม่แตกต่างจากบทบัญญัติต่างๆที่กำหนดไว้ในพ.ร.บ.เดินอากาศเช่น
ประกาศโดรน
พ.ร.บ.เดินอากาศ
·      สภาพที่สามารถทำการบินได้อย่างปลอดภัย
·      ความสมควรเดินอากาศ
·      พื้นที่ที่จะทำการบินที่อนุญาตจากเจ้าของพื้นที่
·      สนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวอนุญาต
·      คุณสมบัติและความรู้ของผู้บังคับอากาศยาน
·      คุณสมบัติของผู้ประจำหน้าที่
·      แนวการบิน
·      เส้นทางบิน
·      การขึ้น(ลง)ทะเบียนประสงค์จะใช้อากาศยาน
·      การจดทะเบียนอากาศยาน


ผู้เขียนไม่เชื่อว่า พ.ร.บ.เดินอากาศจะมีเจตนารมณ์ที่จะให้มาตรา24 เป็นฐานอำนาจในการสร้างกฎเกณฑ์การบินแยกต่างหากจากพ.ร.บ.เดินอากาศ แต่เห็นว่ามาตรา 24เป็นเพียงการอนุญาตพิเศษเพิ่มเติมจากการปฏิบัติ ตามบทบัญญัติอื่นๆหากผู้ใดมีความประสงค์จะบังคับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินก็ ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีส่วนอากาศยานนั้นจะมีความสมควรเดิน อากาศหรือไม่จะบังคับให้บินไปเส้นทางใดจะขึ้นลงที่ไหนผู้บังคับมีคุณสมบัติ อย่างไรโดยหลักการแล้วก็ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.เดินอากาศ ดังนั้น มาตรา24 จึงหาใช่บทยกเว้นพ.ร.บ.เดินอากาศ ดังที่ราชการใช้เป็นสมมติฐานในการออกประกาศโดรนไม่ หากเห็นว่าบทบัญญัติตามพ.ร.บ.เดินอากาศไม่เหมาะสมที่จะใช้บังคับแก้โดรน ก็สมควรยกเว้นโดรนออกจากการเป็นอากาศยาน
การอนุญาตเป็นหนังสือตามประกาศโดรน
เมื่ออ่านประกาศโดรนประกอบกับการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจแบ่งการอนุญาตให้บังคับโดรนได้เป็น3ลักษณะ
(!) การอนุญาตเป็นหนังสือเป็นการทั่วไปแก่ประชาชนสำหรับโดรนที่หนักไม่เกิน 2กิโลกรัม ที่ใช้ในการเล่นเป็นงานอดิเรกเพื่อความบันเทิง หรือเพื่อการกีฬา (ดูข้อสังเกตด้านล่าง)
(2) การอนุญาตเป็นหนังสือการขึ้นทะเบียน สำหรับโดรนที่หนักเกิน2 กิโลกรัมแต่ไม่เกิน25 กิโลกรัมที่ใช้ในการเล่นเป็นงานอดิเรกเพื่อความบันเทิง หรือเพื่อการกีฬา กรณีหนึ่ง และสำหรับโดรนที่หนักไม่เกิน 25 กิโลกรัมที่ใช้เพื่อการอื่นๆเช่น รายงานข่าว ถ่ายภาพ ถ่ายหนัง วิจัยและพัฒนาอากาศยาน อีกกรณีหนึ่ง(ดูข้อสังเกตด้านล่าง)
(3) การอนุญาตเป็นหนังสือเฉพาะราย กรณีนี้สำหรับโดรนที่หนักเกิน25 กิโลกรัมไม่ว่าจะเพื่อวัตถุประสงค์ใด (กรณีนี้ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ ในประกาศ)


ข้อสังเกตเรื่องการอนุญาตเป็นหนังสือเป็นการทั่วไปแก่ประชาชน
จาก คำอธิบายของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประกาศโดรนฉบับนี้ถือเป็นการอนุญาตเป็น หนังสือจากรัฐมนตรีเป็นการทั่วไปแก่ประชาชนแล้วสำหรับโดรนที่หนักไม่เกิน 2กิโลกรัม ที่ใช้ในการเล่นเป็นงานอดิเรกเพื่อความบันเทิง หรือเพื่อการกีฬา
อย่างไรก็ดี ประกาศนี้มีชื่อว่า “ประกาศ... หลักเกณฑ์การขออนุญาต...” มิได้มีชื่อว่า “ประกาศ ... อนุญาตเป็นการทั่วไป”อีกทั้งไม่มีข้อความใดในประกาศที่ระบุว่าให้ถือว่า ประกาศนี้เป็นการอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีเป็นการทั่วไปแก่ประชาชน
ในทางตรงกันข้าม ข้อ 5 ของประกาศใช้คำว่า“รัฐมนตรีอนุญาต ... ได้ โดยผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานต้องมีอายุเกินกว่า 18 ปี เว้นแต่จะมีผู้แทนโดยชอบธรรมควบคุมดูแล และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ...” ข้อความนี้ย่อมเข้าใจได้ว่าเป็นหลักเกณฑ์ที่จะทำให้“รัฐมนตรีอนุญาตได้” โดยผู้ขอต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดซึ่งอ่านตามปกติทั่ว ไปก็ต้องเข้าใจว่ารัฐมนตรีต้องออกหนังสืออนุญาตเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว ถ้าราชการประสงค์จะให้ข้อ5นี้เป็นการอนุญาตเป็นหนังสือเป็นการทั่วไปแก่ประชาชน ก็ควรจะเขียนให้ชัดเจน
ผลของการไม่ระบุให้ชัดเจน คือ ประชาชนที่ใช้โดรนเพื่อการเล่นเป็นงานอดิเรกก็ยังตกอยู่ในข่ายที่อาจผิดกฎหมายอยู่เช่นเดิมเพราะน่าจะไม่มีการอนุญาตเป็นหนังสือใดๆ แก่การเล่นโดรนตามประกาศนี้
นอก จากนี้หากอนุโลมตามคำอธิบายของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าประกาศนี้ถือเป็น การอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีเป็นการทั่วไปแก่ประชาชนก็น่าสงสัยว่า มาตรา 24แห่ง พ.ร.บ.เดินอากาศเป็นกฎหมายที่ต้องอนุญาตเฉพาะรายเท่านั้น หรืออนุญาตเป็นการทั่วไปได้หากตีความอย่างหลัง ผู้รักษาการกฎหมายเกือบทุกฉบับคงจะมีอำนาจอนุญาตเป็นการทั่วไปได้ทั้งสิ้น โดยถือว่าเป็นการตีความในทางที่ช่วยให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพต่างๆเพิ่มขึ้น อีกทั้งหากคำสั่งทางปกครองนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ต้องถือว่าคำสั่งนั้นยังมี ผลอยู่จนกว่าจะถูกเพิกถอน
ข้อสังเกตเรื่องการขึ้นทะเบียนโดรนหรือผู้บังคับโดรน?
ตามที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น มาตรา 41/61แห่ง พ.ร.บ.เดินอากาศ บัญญัติว่า “อากาศยานที่จะใช้ในการเดินอากาศในราชอาณาจักรต้องมีใบสำคัญสมควรเดินอากาศที่ออกให้สำหรับอากาศยานนั้น” แต่ราชการตีความว่ามาตรา24 เป็นบทเอกเทศของพ.ร.บ.เดินอากาศ และถือว่าการบังคับอากาศยานตามมาตรา 24มิใช่การเดินอากาศ ตาม พ.ร.บ.เดินอากาศกรณีจึงไม่ต้องมีการกำกับดูแลความสมควรเดินอากาศตาม พ.ร.บ.เดินอากาศอากาศยานจึงไม่ต้องจดทะเบียน(สัญชาติ) และไม่ต้องมีใบสำคัญสมควรเดินอากาศ
การตีความเช่นนี้ทำให้ต้องใช้มาตรา24 สร้างระบบทะเบียนขึ้นมาใหม่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในพ.ร.บ.เดินอากาศ โดยใช้คำต่างออกไปจาก พ.ร.บ.เดินอากาศที่ใช้คำว่า “จดทะเบียน”ประกาศโดรนใช้คำทั้ง “ขึ้นทะเบียน” และ “ลงทะเบียน” ถ้อยคำในประกาศก็ไม่ชัดเจนว่า“ขึ้นทะเบียนผู้ขอ” หรือ “ขึ้นทะเบียนอากาศยาน” ประเด็นนี้จึงเป็นการใช้กฎหมายสร้างระบอบกำกับดูแลขึ้นใหม่แยกจากระบบกำกับดูแลตามพ.ร.บ.เดินอากาศดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
ประกาศโดรน –ตัวอย่างข้อบกพร่องในโครงสร้างกฎหมายที่ ICAO ตรวจพบ
ปัญหาที่อธิบายมายืดยาวทั้งหมดนี้ไล่สาเหตุไปถึงที่สุดแล้วจะพบว่าเกิดจากข้อบกพร่องของการออกแบบ พ.ร.บ.เดินอากาศ ที่ไม่ยอมรับว่าอากาศยานมีประเภทและลักษณะแตกต่างกันซึ่งสมควรอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ต่างแตกกันได้ทั้งๆ ที่ก็เคยมีการเสนอเรื่องนี้มานานนับสิบปีแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
พ.ร.บ.เดินอากาศมองว่าหากวัตถุหนึ่งเป็นอากาศยานแล้ว ต้องอยู่ภายใต้กรอบเดียวกันหมดหากไม่เป็นอากาศยานแล้วก็ไม่ต้องอยู่ภายใต้ กฎเกณฑ์ใดๆ เลยผู้ร่างกฎหมายไม่มีความประสงค์ที่จะให้ผู้รักษาการตามกฎหมายมีอำนาจในการ เลือกใช้กฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันบังคับกับอากาศยานที่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ดีไม่ว่าผู้รับผิดชอบในกระบวนการนิติบัญญัติของไทยจะเห็นเป็นอย่างไร คณะผู้ตรวจของ ICAO ก็ได้ชี้ข้อบกพร่องนี้ไว้ให้ประเทศไทยต้อง แก้ไขให้ผู้รักษาการตามกฎหมายมีอำนาจเลือกใช้หรือเลือกยกเว้นบทบัญญัติให้ เหมาะสมแก่อากาศยานแต่ละประเภทเมื่อใดที่ฝ่ายนิติบัญญัติยอมรับให้ผู้ รักษาการตามกฎหมายมีอำนาจเช่นว่านี้แล้วการใช้และตีความกฎหมายที่ออกไปจาก หลักวิชาโดยเจตนาดีเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ นั้นก็น่าจะลดน้อยลงไป
ทางเลือกอย่างน้อยสองทางของราชการในขณะนี้คือ
·        ปล่อยให้มีการใช้และตีความประกาศโดรนไปตามความเข้าใจของพนักงานเจ้าหน้าที่จะถูกจะผิดก็อนุโลมกันไปก่อน แล้วรอจนกว่าจะมี พ.ร.บ.เดินอากาศฉบับใหม่ออกมาจากนั้นถึงจะกำกับดูแลให้ถูกต้องเหมาะสมแก่กรณีต่อไป หรือ
·        ยกเลิกประกาศนี้แล้วออกกฎกระทรวง ยกเว้นโดรนมิให้ถือเป็นอากาศยานโดยมีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขบางประกาศอัน เป็นการกำกับดูแลโดรนอย่างไม่เคร่งครัดนัก ซึ่งดีกว่าในขณะนี้ที่ไม่กำกับดูแลอะไรเลยประกอบกับให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา ที่มีอยู่เข้ามาช่วยดูแลในบางส่วนด้วย เช่น การใช้โดรนต้องไม่เป็นอันตรายแก่สนามบินการจราจรทางอากาศ และอากาศยาน (ป.อ. มาตรา 229,231 และ 232) เป็นต้น แล้วก็รอจนกว่าจะมีพ.ร.บ.เดินอากาศฉบับใหม่ออกมาถึงจะพิจารณากำกับดูแลอย่างเคร่งครัดต่อไปหากประสงค์เช่นนั้น

About the Author

https://www.facebook.com/yaipearn/
Cookie Consent
We serve cookies on this site to analyze traffic, remember your preferences, and optimize your experience.
Oops!
It seems there is something wrong with your internet connection. Please connect to the internet and start browsing again.
AdBlock Detected!
We have detected that you are using adblocking plugin in your browser.
The revenue we earn by the advertisements is used to manage this website, we request you to whitelist our website in your adblocking plugin.
Site is Blocked
Sorry! This site is not available in your country.
NextGen Digital Welcome to WhatsApp chat
Howdy! How can we help you today?
Type here...